ฉบับย่อ (Executive Summary)
- Bid = ราคาที่ตลาดรับซื้อ / Ask = ราคาที่ตลาดขาย
- Spread = ส่วนต่างระหว่าง Bid และ Ask
- Spread คือ “ต้นทุนแฝง” ที่เกิดทันทีตอนเปิดออเดอร์
- Spread ยิ่งต่ำ = ต้นทุนยิ่งน้อย
- โบรกเกอร์แต่ละประเภทมี Spread ต่างกัน (ECN vs Standard)
- การเข้าใจ Spread = ลดต้นทุน + เพิ่มกำไรระยะยาว
Bid Ask Spread คืออะไร เป็นคำถามพื้นฐานที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเข้าใจ เพราะมันคือ “ต้นทุน” ที่คุณจ่ายทันทีโดยไม่รู้ตัวตั้งแต่วินาทีที่กดเปิดออเดอร์ ไม่ว่าคุณจะเทรด Forex, ทองคำ (XAUUSD) หรือคริปโต ตลาดจะมีราคาสองฝั่งเสมอ คือราคาที่คุณซื้อ (Ask) และราคาที่คุณขาย (Bid) ซึ่งช่องว่างระหว่างสองราคานี้ก็คือ “Spread” หรือส่วนต่างราคา ที่กลายเป็นต้นทุนแฝงซึ่งส่งผลต่อกำไรของคุณโดยตรงตั้งแต่เริ่มต้นการเทรด
สำหรับมือใหม่ จุดที่มักสับสนคือ “ตอนเปิดและตอนปิดออเดอร์ เราได้ราคาไหนกันแน่” เพราะเวลาคุณกด Buy คุณจะถูกเปิดออเดอร์ที่ราคา Ask แต่ตอนปิด (Sell) ระบบจะใช้ราคา Bid ในการคำนวณกำไร ในทางกลับกัน ถ้าคุณกด Sell คุณจะเข้าออเดอร์ที่ราคา Bid และตอนปิดจะใช้ราคา Ask บทความนี้จะค่อย ๆ พาคุณเข้าใจกลไกตรงนี้แบบเป็นขั้นตอน พร้อมตัวอย่างจริง เพื่อให้คุณอ่านราคาเป็น เห็นต้นทุน และเทรดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
Bid และ Ask คืออะไร?
Bid คืออะไร
- ราคาที่ “ตลาดพร้อมซื้อ” จากคุณ
- ถ้าคุณกด Sell → จะได้ราคานี้
ราคาเสนอซื้อที่คู่สัญญาเสนอราคามาเพื่อซื้อสินทรัพย์จากคุณ ถ้าคุณพอใจในราคาที่เสนอมาคุณสามารถยอมรับและกดขายได้ โดยการส่งคำสั่ง Sell ที่แพลตฟอร์มซื้อขายอย่าง MT4 , MT5 หรือ cTrader อธิบายง่ายๆ คือ เมื่อกดคำสั่ง Sell คุณจะได้ราคา Bid Price และเมื่อปิดคำสั่งซื้อขาย จะเป็นการซื้อคืนที่ราคา Ask Price
Ask คืออะไร
- ราคาที่ “ตลาดพร้อมขาย” ให้คุณ
- ถ้าคุณกด Buy → จะได้ราคานี้
ราคาเสนอขายที่คู่สัญญาเสนอราคามาเพื่อขายสินทรัพย์ให้คุณ ถ้าคุณพอใจในราคาที่เสนอมาคุณสามารถยอมรับและกดซื้อได้ โดยการส่งคำสั่ง Buy ที่แพลตฟอร์มซื้อขายอย่าง MT4 , MT5 , cTrader อธิบายง่ายๆ คือ เมื่อกดคำสั่ง Buy คุณจะได้ราคา Ask Price และเมื่อปิดคำสั่งซื้อขาย จะเป็นการขายคืนที่ราคา Bid Price
Spread คืออะไร
ส่วนต่างระหว่างราคา Bid (ราคาขาย) และ Ask (ราคาซื้อ) ที่ปรากฏในตลาด Forex, ทองคำ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ เวลาเราซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ พูดง่าย ๆ ก็คือ มันคือ “ต้นทุนแฝง” ที่คุณต้องจ่ายให้กับโบรกเกอร์ทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ ไม่ว่าจะ Buy หรือ Sell
เพราะโบรกเกอร์คือผู้ให้บริการ เขาไม่ได้เก็บค่าคอมมิชชั่นตรง ๆ เสมอไป (ยกเว้นบางบัญชี) แต่ใช้ Spread เป็นช่องทางหลักในการทำกำไร ยิ่ง Spread กว้าง เทรดเดอร์ยิ่งเสียต้นทุนมากขึ้น
ตลาดมี “2 ราคาเสมอ” คุณไม่มีทางซื้อและขายได้ในราคาเดียวกัน
Bid-Ask และ Spread เกี่ยวข้องกันอย่างไร
เวลาเทรดเดอร์ทำการซื้อขาย Forex จะเห็นราคาบนกราฟอยู่ 2 เส้น คือ ราคา Bid และ ราคา Ask ความแตกต่างระหว่างราคา Bid (ราคาเสนอซื้อ) และราคา Ask (ราคาเสนอขาย) คือ Spread เมื่อคุณเทรด Forex หรือ เทรดทองคำ ทางโบรกเกอร์จะเสนอราคามาให้กับนักเทรด 2 ราคาเสมอ
ราคาที่โบรกเกอร์เสนอมานั้น เป็นราคาจากคู่สัญญาที่จะทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนกับคุณนั่นเอง ส่วนใหญ่จะเป็น LP หรือคู่สัญญาจากลูกค้าในโบรกเกอร์เดียวกัน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Bid, Ask, Spread
Spread สามารถแคบหรือกว้างขึ้นตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น
- สภาพคล่องในตลาด : สินทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูง เช่น คู่สกุลเงินหลักใน Forex มักมี Spread แคบเพราะมีการเทรดมาก ในขณะที่สินทรัพย์ที่มีการเทรดน้อยจะมี Spread กว้าง
- ช่วงเวลาการซื้อขาย : เมื่อมีการเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดมีความคึกคัก เช่น ตลาดยุโรปและสหรัฐฯ เปิดพร้อมกัน Spread มักจะลดลง แต่หากเป็นช่วงเวลาที่การเทรดน้อย Spread จะกว้างขึ้น
- เหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญ : ข่าวสารเศรษฐกิจ การประกาศดอกเบี้ย หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกมักทำให้ Spread ขยายตัว เนื่องจากความไม่แน่นอนในตลาด
การคำนวณ Spread ในการเทรด
ในการซื้อขาย Spread จะถูกคำนวณจากความต่างของราคา Bid และ Ask ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการซื้อคู่สกุลเงิน XAU/USD

- ราคา Ask = 4708.60
- ราคา Bid = 4708.30
- Spread จะเท่ากับ 30 point (จุด)
นักเทรดจะต้องทำการคำนวณ Spread นี้เพื่อตัดสินใจว่าเมื่อใดถึงจะคุ้มค่าที่จะเปิดสถานะหรือทำการปิดสถานะ เพื่อให้เกิดกำไรสูงสุด
วิธีอ่านค่า Bid Ask Spread บนแพลตฟอร์ม MT4

วิธีใช้คำสั่ง Buy และ Sell กับ Bid Ask Spread
ในการเทรด คำสั่ง Buy และ Sell ถูกใช้เมื่อคุณต้องการซื้อหรือขายสินทรัพย์ โดย Spread จะมีผลโดยตรงต่อต้นทุนการเทรดของคุณ
- คำสั่ง Buy : หากต้องการซื้อสินทรัพย์ คุณจะซื้อในราคา Ask ซึ่งสูงกว่าและคาดหวังให้ราคาขยับขึ้นเพื่อทำกำไร
- คำสั่ง Sell : หากคุณต้องการขายสินทรัพย์ คุณจะขายในราคา Bid ซึ่งต่ำกว่า และคาดหวังให้ราคาลดลงเพื่อทำกำไร
ตัวอย่าง หากคุณทำการซื้อ (Buy) คู่สกุลเงิน EUR/USD ที่ราคา Ask 1.12000 และราคา Bid อยู่ที่ 1.11980 Spread คือ 2 pip คุณจะต้องรอให้ราคาตลาดเพิ่มขึ้นเกินกว่า Spread คือ 1.12000 คุณถึงจะมีกำไร
คำสั่ง Take Profit และ Stop Loss ทำงานร่วมกับ Bid-Ask อย่างไร
นอกจากคำสั่ง Buy และ Sell นักเทรดยังสามารถใช้ Take Profit และ Stop Loss เพื่อจัดการการซื้อขายอัตโนมัติและบริหารความเสี่ยง
คำสั่ง Take profit และ Stop Loss ทำงานอย่างไรเมื่อกดคำสั่งซื้อ (Buy)
Take Profit เป็นคำสั่งที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้าเพื่อปิดการซื้อขายเมื่อถึงราคาที่กำหนดไว้สำหรับทำกำไร เช่น
- คุณซื้อ EUR/USD ที่ 1.12000 (Ask Price)
- ตั้ง TP ไว้ที่ 1.12500
- ระบบจะปิดการซื้อขายอัตโนมัติเมื่อราคา Bid ถึง 1.12500
Stop Loss ใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน โดยจะปิดการซื้อขายเมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับที่คุณคาดการณ์ เช่น
- คุณตั้ง SL ไว้ที่ 1.11500
- ระบบจะปิดการซื้อขายเมื่อราคา Bid ลดลงถึงราคานั้น
คำสั่ง Take profit และ Stop Loss ทำงานอย่างไรเมื่อกดคำสั่งขาย (Sell)
Take Profit เป็นคำสั่งที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้าเพื่อปิดการซื้อขายเมื่อถึงราคาที่กำหนดไว้สำหรับทำกำไร เช่น
- คุณขาย EUR/USD ที่ 1.12500 (Bid Price)
- ตั้ง TP ไว้ที่ 1.12000
- ระบบจะปิดการซื้อขายอัตโนมัติเมื่อราคา Ask ถึง 1.12000
Stop Loss ใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน โดยจะปิดการซื้อขายเมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับที่คุณคาดการณ์ เช่น
- คุณตั้ง SL ไว้ที่ 1.13000
- ระบบจะปิดการซื้อขายเมื่อราคา Ask เพิ่มถึงราคานั้น
อ่านเพิ่มเติม Stop Loss และ Take Profit คืออะไร? วิธีตั้ง SL/TP
สรุป
Bid คือ ราคาเสนอซื้อ Ask คือ ราคาเสนอขาย Spread คือ ความแตกต่างระหว่างราคา Bid และราคา Ask เป็นองค์ประกอบสำคัญที่นักเทรดควรเข้าใจ เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อต้นทุนและกำไรในการซื้อขาย การเลือกสินทรัพย์ที่มี Spread ต่ำและรู้วิธีการจัดการความเสี่ยงด้วยคำสั่ง Take Profit และ Stop Loss จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนเทรด และเลือกสินทรัพย์ที่จะซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Bid คืออะไร
Bid คือราคาที่โบรกเกอร์ยินดี “ซื้อ” สินทรัพย์จากคุณ หากคุณกดขาย (Sell) ระบบจะใช้ราคานี้ในการดำเนินการ
Ask คืออะไร
คือราคาที่โบรกเกอร์ยินดี “ขาย” สินทรัพย์ให้คุณ หากคุณกดซื้อ (Buy) ระบบจะใช้ราคานี้ในการดำเนินการ ซึ่งมักสูงกว่า Bid เล็กน้อย
Spread คืออะไร
Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid กับ Ask เป็นต้นทุนที่คุณจ่ายในการเปิดออเดอร์ ยิ่งสเปรดแคบ ยิ่งประหยัดค่าธรรมเนียม
สเปรดมีผลต่อกำไรขาดทุนยังไง
เมื่อคุณเปิดออเดอร์ ระบบจะเริ่มต้นด้วยการ “ขาดทุนเท่ากับสเปรด” โดยอัตโนมัติ ดังนั้น ยิ่งสเปรดกว้าง ต้องรอราคาขยับมากกว่าจึงจะเริ่มมีกำไร
โบรกเกอร์สเปรดต่ำเลือกยังไง
เลือกโบรกเกอร์ที่มีบัญชี Zero Spread, ECN หรือ Pro ซึ่งออกแบบมาสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการต้นทุนต่ำ และเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมทั้งหมดก่อนเลือกเปิดบัญชี