การใช้เลเวอเรจ (Leverage) พร้อมวิธีคำนวณ เลเวอเรจ และ Margin อย่างปลอดภัย

minepips-icon-m-final
Mine
2.9K Views
9 Min Read
การใช้ เลเวอเรจ (Leverage)

ในโลกของการเทรด Forex หนึ่งในคำที่นักลงทุนมือใหม่จะได้ยินบ่อยที่สุดคือคำว่า “Leverage” หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า “เลเวอเรจ” หลายคนอาจสงสัยว่า Leverage คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเกี่ยวข้องอย่างไรกับการทำกำไรหรือขาดทุนในตลาดนี้

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับความหมายของ Leverage วิธีคำนวณ การใช้งานอย่างปลอดภัย รวมถึงข้อควรระวังที่มือใหม่ควรเข้าใจ เพื่อให้คุณสามารถใช้ Leverage อย่างมั่นใจ และไม่กลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายพอร์ตของตัวเอง

เลเวอเรจ คืออะไร

เลเวอเรจ คือ เครื่องมือที่โบรกเกอร์ Forex มอบให้เทรดเดอร์เพื่อเพิ่มอำนาจซื้อ โดยให้คุณสามารถเปิดออร์เดอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าทุนจริงของคุณได้หลายเท่า เช่น หากคุณมีทุน 100 ดอลลาร์ และใช้ Leverage 1:100 เท่ากับคุณสามารถควบคุมออร์เดอร์ได้สูงถึง 10,000 ดอลลาร์ หรือมีทุน 10 ดอลลาร์ และใช้ Leverage 1:1000 เท่ากับคุณสามารถควบคุมออร์เดอร์ได้สูงถึง 10,000 ดอลลาร์ เหมือนกัน

เลเวอเรจ = เงินที่คุณควบคุมได้ ÷ เงินที่คุณมีจริง

เลเวอเรจ ทำงานอย่างไรในตลาด Forex

เมื่อตลาดมีความผันผวน การเคลื่อนไหวเพียง 1 pip ก็อาจหมายถึงกำไรหรือขาดทุนจำนวนมาก ถ้าคุณใช้ Leverage สูง จะสามารถทำกำไรเร็วขึ้น — แต่ก็ขาดทุนเร็วขึ้นเช่นกัน

Leverage 1:100 คืออะไร

Leverage 1:100 หมายถึง คุณสามารถควบคุมออร์เดอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าทุนของคุณ 100 เท่า

✅ ตัวอย่าง

  • ทุนจริง (Equity) = $1,000
  • Leverage = 1:100
  • ขนาดออร์เดอร์สูงสุดที่เปิดได้ = $1,000 × 100 = $100,000

✅ Margin ที่ใช้

หากคุณต้องการเปิด Position ขนาด $50,000

Margin = $50,000 ÷ 100 = $500

ข้อดี: เหมาะกับผู้ที่เริ่มเข้าใจตลาด มีทุนพอประมาณ
ข้อควรระวัง: ยังไม่ควรเทรดเต็มพลังที่ Leverage อนุญาต

Leverage 1:500 คืออะไร

Leverage 1:500 หมายถึง คุณสามารถเปิด Position ได้สูงสุด 500 เท่าของเงินทุน

✅ ตัวอย่าง

  • ทุน = $500
  • Leverage = 1:500
  • เปิด Position ได้สูงสุด = $500 × 500 = $250,000

✅ Margin ที่ใช้

ถ้าคุณเปิดออร์เดอร์ $100,000

Margin = $100,000 ÷ 500 = $200

ข้อดี: ใช้ Margin น้อย เหมาะกับเทรดข่าว / Scalping
ข้อเสีย: เสี่ยงล้างพอร์ตเร็วมาก หากไม่ตั้ง Stop Loss

Leverage 1:1000 คืออะไร

Leverage 1:1000 คือระดับ Leverage สูงมาก ที่ช่วยให้คุณสามารถเทรดด้วยทุนเริ่มต้นน้อยมาก

✅ ตัวอย่าง

  • ทุนจริง = $200
  • Leverage = 1:1000
  • เปิดออร์เดอร์ได้สูงสุด = $200 × 1000 = $200,000

✅ Margin ที่ใช้

หากเปิดออร์เดอร์ $50,000

Margin = $50,000 ÷ 1000 = $50

เหมาะสำหรับ: เทรดเดอร์มืออาชีพที่ควบคุมความเสี่ยงได้ดี
ข้อควรระวัง: เหมือนถือมีดสองคม เสี่ยง Margin Call สูงมากหากไม่มีวินัย

ตัวอย่างการใช้ เลเวอเรจ แบบเข้าใจง่าย

หากราคาเคลื่อนไหวไปในทางที่คุณได้เปรียบแค่ 10 pips คุณอาจได้กำไรมากกว่าการไม่ใช้ Leverage หลายเท่า แต่ในทางกลับกัน การขาดทุนก็จะมากขึ้นเช่นกัน

ทุนจริง Leverage ขนาดออร์เดอร์ ถ้ากำไร 10 pips ถ้าขาดทุน 10 pips
$1,000 1:1 $1,000 $1 -$1
$1,000 1:50 $50,000 $50 -$50
$1,000 1:100 $100,000 $100 -$100

ทุนจริง: $1,000

Leverage: 1:1

ขนาดออร์เดอร์: $1,000

ถ้ากำไร 10 pips: $1

ถ้าขาดทุน 10 pips: -$1

ทุนจริง: $1,000

Leverage: 1:50

ขนาดออร์เดอร์: $50,000

ถ้ากำไร 10 pips: $50

ถ้าขาดทุน 10 pips: -$50

ทุนจริง: $1,000

Leverage: 1:100

ขนาดออร์เดอร์: $100,000

ถ้ากำไร 10 pips: $100

ถ้าขาดทุน 10 pips: -$100

🎯 คำแนะนำ: คำนวณ Leverage ให้สัมพันธ์กับความเสี่ยงและขนาดของบัญชีของคุณ

ข้อดีของ เลเวอเรจ

  • ✅ เพิ่มอำนาจซื้อ ทำให้ใช้ทุนน้อยลง
  • ✅ เพิ่มโอกาสทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อย
  • ✅ เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่ยังมีทุนไม่มาก
  • ✅ สามารถสร้างพอร์ตที่โตเร็วขึ้น หากบริหารความเสี่ยงดี

ความเสี่ยงของ เลเวอเรจ ที่คุณควรรู้

  • ❌ ขาดทุนรวดเร็ว หากตลาดวิ่งสวนทาง
  • ❌ หมดพอร์ตไว หากไม่ตั้ง Stop Loss
  • ❌ มีโอกาสถูก “Margin Call” ถ้าขาดทุนถึงระดับหนึ่ง
  • ❌ ทำให้เทรดเดอร์มือใหม่เข้าใจผิดว่า “กำไรง่าย”

วิธีคำนวณ เลเวอเรจ และ Margin

ตอนเทรดทองคำ (เช่น XAU/USD) Margin มีบทบาทสำคัญมาก เพราะมันคือ “เงินประกัน” ที่โบรกเกอร์ต้องการให้คุณวางไว้ก่อนจะเปิดออร์เดอร์ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเปิดออร์เดอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าทุนจริงได้ด้วยการใช้ Leverage ร่วมกัน

การคำนวณ Leverage และ Margin

สูตรคำนวณ เลเวอเรจ

Leverage = มูลค่าของออร์เดอร์ (Position Size) ÷ Margin ที่ใช้

คุณเปิดออร์เดอร์ XAU/USD (ทองคำ) ขนาด 1 lot (เท่ากับ 100 ออนซ์)
ราคาทอง = 3,200 USD/ออนซ์
ดังนั้น Position Size = 100 × 3,200 = 320,000 USD

ถ้าโบรกเกอร์กำหนดให้คุณใช้ Margin = 640 USD เพื่อเปิดออร์เดอร์นี้

Leverage = 320,000 ÷ 640 = 500
แสดงว่าใช้ Leverage = 1:500

สูตรกลับกัน : คำนวณ Margin จาก Leverage

Margin = มูลค่าออร์เดอร์ ÷ Leverage

ตัวอย่าง

  • เทรดทองคำ 1 lot (100 ออนซ์)
  • ราคาทอง = 3,200 USD
  • Leverage = 1:500
  • มูลค่าออร์เดอร์ = 100 × 3,200 = 320,000 USD

ตัวอย่างการคำนวณ Margin

Margin = ขนาดออร์เดอร์ ÷ Leverage

ตัวอย่างที่ 1

  • เทรด XAUUSD ขนาด 1 Lot (100 ออนซ์)
  • ราคา = $3,200 ต่อออนซ์
  • ต้องใช้ Margin เท่าไหร่ถ้า Leverage 1:100

Margin = (100 × 3,200) ÷ 100 = $3,200

ตัวอย่างที่ 2

  • เทรด XAUUSD ขนาด 1 Lot (100 ออนซ์)
  • ราคา = $3,200 ต่อออนซ์
  • ต้องใช้ Margin เท่าไหร่ถ้า Leverage 1:500

Margin = (100 × 3,200) ÷ 500 = $640

ตัวอย่างที่ 3

  • เทรด XAUUSD ขนาด 1 Lot (100 ออนซ์)
  • ราคา = $3,200 ต่อออนซ์
  • ต้องใช้ Margin เท่าไหร่ถ้า Leverage 1:1,000

Margin = (100 × 3,200) ÷ 1,000 = $320

ตัวอย่างที่ 4

  • เทรด XAUUSD ขนาด 0.1 Lot (10 ออนซ์)
  • ราคา = $3,200 ต่อออนซ์
  • ต้องใช้ Margin เท่าไหร่ถ้า Leverage 1:1,000

Margin = (10 × 3,200) ÷ 1,000 = $32

Margin ใช้ทำอะไรในการเทรดทอง?

1. ใช้เป็นเงินประกันสำหรับเปิดออร์เดอร์

  • Margin คือจำนวนเงินที่ต้องวางไว้เพื่อเปิดการซื้อหรือขายทองคำ เช่น ถ้าคุณต้องการเปิดออร์เดอร์ XAU/USD ขนาด 1 lot ที่ Leverage 1:100
    • มูลค่าออร์เดอร์ = 1 lot = 100 ออนซ์ × $3,200 (สมมติราคา) = $320,000
    • ต้องใช้ Margin = $320,000 ÷ 100 = $3,200

2. ใช้ในการคำนวณความสามารถในการเปิดออร์เดอร์เพิ่มเติม

  • หากคุณมีทุน $8,000 และใช้ Margin ไปแล้ว $3,200 จะเหลือ Free Margin อีก $4,800 สำหรับใช้เทรดเพิ่ม

3. ใช้ในการคำนวณ Margin Level

Margin Level (%) = (Equity ÷ Margin ที่ใช้) × 100
เช่น Equity = $8,000, Margin = $3,200 → Margin Level = 250%

  • หาก Margin Level ต่ำกว่าเกณฑ์ที่โบรกเกอร์กำหนด เช่น 100% หรือ 50% , 20% → อาจเกิด Margin Call หรือ Stop Out
  • Margin Level จะต่ำลงเมื่อยอดเงินติดลบ และเมื่อต่ำกว่า 100% โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะไม่อนุญาตทำให้เปิดคำสั่งเพิ่ม
  • บางโบรกเกอร์ที่ให้ Leverage แบบไม่จำกัด จะพบว่าไม่ต้องใช้เงินหรือ Margin ในการวางค้ำประกัน

เลเวอเรจ เท่าไหร่ “พอดี” สำหรับมือใหม่?

ระดับ Leverage เหมาะกับใคร ความเสี่ยง
1:10 – 1:50 มือใหม่ ต่ำ
1:100 – 1:200 ผู้มีประสบการณ์ กลาง
1:500 – 1:1000 มือโปร สูงมาก

ระดับ Leverage: 1:10 – 1:50

เหมาะกับใคร: มือใหม่

ความเสี่ยง: ต่ำ

ระดับ Leverage: 1:100 – 1:200

เหมาะกับใคร: ผู้มีประสบการณ์

ความเสี่ยง: กลาง

ระดับ Leverage: 1:500 – 1:1000

เหมาะกับใคร: มือโปร

ความเสี่ยง: สูงมาก

เริ่มต้นด้วย Leverage ต่ำ + ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง

แม้ในความเป็นจริงช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าที่มือใหม่ส่วนมาก มักจะชอบตั้ง Leverage สูงที่สุดที่โบรกเกอร์ให้ได้ ทำให้ก่อนจะได้เรียนรู้และเข้าใจในตลาดนี้จริงๆ ก็พอร์ตแตกไปแล้ว

เลเวอเรจ กับ Lot Size ใช้ร่วมกันอย่างไร?

การเทรด Forex หรือทองคำให้มีประสิทธิภาพ คุณจำเป็นต้องเข้าใจ Leverage (เลเวอเรจ) และ Lot Size (ขนาดของออร์เดอร์) ว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร เพราะสองปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อ Margin ที่ใช้, ความเสี่ยง, และ โอกาสทำกำไร หรือ ขาดทุน ของคุณ

Leverage ช่วยเพิ่ม “พลังซื้อ”

Leverage ทำให้คุณสามารถเปิดออร์เดอร์ที่ใหญ่ขึ้นได้ แม้มีเงินทุนจำกัด เช่น Leverage 1:100 หมายความว่า คุณสามารถเปิดออร์เดอร์ที่มีมูลค่า 100 เท่าของทุนจริง

Lot Size คือ “ขนาดของการซื้อขาย”

Lot Size คือปริมาณสินทรัพย์ที่คุณสั่งซื้อในแต่ละออร์เดอร์ ยิ่ง Lot ใหญ่ ยิ่งได้กำไร/ขาดทุนต่อ pip มากขึ้น

ตัวอย่างเปรียบเทียบ: ทุน $1,000 กับ Leverage และ Lot ที่ต่างกัน

เงื่อนไขร่วม

  • คู่เงิน XAU/USD (ทองคำ)
  • การเคลื่อนไหวของราคา +50 pip
  • ราคาทองสมมุติ $3,200/ออนซ์

กรณีที่ 1 Leverage 1:100 เปิดคำสั่งขนาด 0.1 Lot (ทุน $1,000)

  • มูลค่าออร์เดอร์ = 0.1 × 100 × $3,200 = $32,000
  • Margin ที่ใช้ = $32,000 ÷ 100 = $320
  • กำไรต่อ pip = $1
  • ราคาเคลื่อนไหวขึ้น 50 pip = $1 × 50 = $50 กำไร

ข้อสรุป

  • ใช้ Margin เพียง 32% ของทุน
  • กำไรไม่มาก → เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่เน้นความปลอดภัย

กรณีที่ 2 Leverage 1:1000 เปิดคำสั่งขนาด 1 Lot (ทุน $1,000)

  • มูลค่าออร์เดอร์ = 1 × 100 × $3,200 = $320,000
  • Margin ที่ใช้ = $320,000 ÷ 1000 = $320
  • กำไรต่อ pip = $10
  • ราคาเคลื่อนไหวขึ้น 50 pip = $10 × 50 = $500 กำไร

ข้อสรุป

  • ถ้าราคา “ลดลง” 50 pip → ขาดทุน $500
  • เท่ากับ “ครึ่งพอร์ต” หายไปทันที!

เปรียบเทียบ Leverage 1:100 และ 1:1000

รายการ Leverage 1:100, 0.1 Lot Leverage 1:1000, 1 Lot
มูลค่าออร์เดอร์ $32,000 $320,000
Margin ที่ใช้ $320 $320
กำไรจาก +50 pip $50 $500
ขาดทุนจาก -50 pip -$50 -$500
ความเสี่ยง (เทียบกับทุน) ต่ำ สูงมาก

ประเภท: Leverage 1:100, 0.1 Lot

มูลค่าออร์เดอร์: $32,000

Margin ที่ใช้: $320

กำไรจาก +50 pip: $50

ขาดทุนจาก -50 pip: -$50

ความเสี่ยง: ต่ำ

ประเภท: Leverage 1:1000, 1 Lot

มูลค่าออร์เดอร์: $320,000

Margin ที่ใช้: $320

กำไรจาก +50 pip: $500

ขาดทุนจาก -50 pip: -$500

ความเสี่ยง: สูงมาก

ใช้ เลเวอเรจ และ Lot อย่างไรให้ปลอดภัย?

  • หากคุณใช้ Leverage สูง → ควรใช้ Lot ขนาดเล็ก
  • หากคุณมีทุนมาก → อาจใช้ Lot ใหญ่ขึ้นได้ แต่ยังต้องคุมความเสี่ยง
  • การใช้ Leverage สูง + Lot ใหญ่ = ความเสี่ยง “ล้างพอร์ต” สูง

🔗 อ่านเพิ่มเติม : Lot size คืออะไร

เทคนิคการใช้ เลเวอเรจ อย่างปลอดภัย

  • ใช้ Lot Size ให้เหมาะสม
  • ตั้ง Stop Loss และ Take Profit เสมอ
  • อย่า Overtrade: อย่าลงทุนเกิน 2–5% ของทุนต่อออร์เดอร์
  • ตรวจสอบ Margin Level อยู่เสมอ
  • ใช้ Leverage น้อยในช่วงข่าวสำคัญ (เช่น ข่าว Nonfarm)

โบรกเกอร์แต่ละเจ้ามี เลเวอเรจ เท่าไหร่?

โบรกเกอร์ Leverage สูงสุด หมายเหตุ
XM 1:1000 มีบัญชี Ultra Low ให้เลือก
Exness สูงถึงไม่จำกัด Dynamic Leverage
IC Markets 1:500 เหมาะกับสาย Scalping
HFM 1:1000 รองรับ EA และ Copy Trade

โบรกเกอร์: XM

Leverage สูงสุด: 1:1000

หมายเหตุ: มีบัญชี Ultra Low ให้เลือก

โบรกเกอร์: Exness

Leverage สูงสุด: สูงถึงไม่จำกัด

หมายเหตุ: Dynamic Leverage

โบรกเกอร์: IC Markets

Leverage สูงสุด: 1:500

หมายเหตุ: เหมาะกับสาย Scalping

โบรกเกอร์: HFM

Leverage สูงสุด: 1:1000

หมายเหตุ: รองรับ EA และ Copy Trade

อ่านต่อ: โบรกเกอร์ Forex ปี 2025

สรุป

เลเวอเรจ คือ “เครื่องมือ” ไม่ใช่ “ศัตรู” หากคุณเข้าใจมันดีพอ มันจะช่วยให้คุณสามารถสร้างผลตอบแทนได้มากขึ้นด้วยทุนที่จำกัด แต่หากใช้โดยไม่มีวินัย ก็สามารถพาพอร์ตพังได้ภายในพริบตา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เลเวอเรจ คืออะไร

เลเวอเรจ คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถเปิดออเดอร์ใหญ่กว่าทุนที่มีจริง เช่น Leverage 1:100 หมายความว่าคุณสามารถเปิดออเดอร์ที่มีมูลค่า 100 เท่าของเงินทุนในบัญชี

Leverage 1:100 หมายถึงอะไร

ถ้าคุณมีเงินในบัญชี $100 และใช้ Leverage 1:100 จะสามารถเปิดออเดอร์ที่มีมูลค่าได้สูงสุดถึง $10,000 โดยไม่ต้องมีเงินสดครบเต็มจำนวน

เลเวอเรจ สูงดีหรือไม่

Leverage สูงช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน หากราคาผิดทาง เงินในพอร์ตอาจหมดเร็วขึ้น ดังนั้นควรเลือก Leverage ให้เหมาะกับกลยุทธ์และการบริหารความเสี่ยง

เลือก Leverage เท่าไหร่ดีสำหรับมือใหม่

มือใหม่ควรเริ่มที่ Leverage 1:100 หรือ 1:200 เพื่อจำกัดความเสี่ยง และฝึกวางแผนการบริหารทุนให้รอบคอบ ก่อนเพิ่ม Leverage ในอนาคต

Leverage ส่งผลต่อ Margin อย่างไร

Leverage ยิ่งสูง Margin ที่ใช้ยิ่งน้อย เช่น ถ้าคุณใช้ Leverage 1:100 จะใช้ Margin แค่ 1% ของขนาดออเดอร์ ยิ่ง Leverage สูงยิ่งเปิดไม้ใหญ่ได้โดยใช้เงินน้อยลง

Leverage มีผลต่อ Stop Out หรือไม่

มีผลอย่างมาก Leverage ที่สูงอาจทำให้พอร์ตถูก Stop Out ง่ายขึ้นเมื่อราคาผิดทาง เพราะ Margin เหลือน้อย จึงควรบริหารความเสี่ยงให้ดีเมื่อใช้ Leverage สูง

Total Views: 2,866
Share This Article