รีเบต vs Cashback จากโบรกเกอร์ ต่างกันอย่างไร? แบบไหนคุ้มกว่าสำหรับเทรดเดอร์

minepips-icon-m-final
Mine
9 Views
2 Min Read
rebate vs cashback

ฉบับย่อ

  • รีเบต (Rebate) = เงินคืนจากค่าสเปรด/ค่าคอม ผ่าน IB หรือพาร์ทเนอร์
  • Cashback = โปรโมชั่นคืนเงินจากโบรกเกอร์โดยตรง
  • รีเบต “ได้ต่อเนื่องทุกการเทรด” ส่วน Cashback มัก “มีเงื่อนไขและระยะเวลา”
  • เทรดเดอร์สายจริงจังมักใช้ “รีเบต” เป็นรายได้เสริมระยะยาว
  • Cashback เหมาะกับ “ช่วงโปร” หรือใช้เพิ่มทุนในระยะสั้น

รีเบต (Rebate) คืออะไร?

รีเบต คือ เงินคืนจากค่าธรรมเนียมการเทรด ไม่ว่าจะเป็นค่าสเปรดหรือค่าคอมมิชชั่น โดยจะได้รับผ่านพาร์ทเนอร์ (IB)

หลักการทำงาน

  • คุณสมัครโบรกเกอร์ผ่าน IB (เช่น Minepips)
  • ทุกครั้งที่คุณเทรด โบรกเกอร์จ่ายค่าคอมให้ IB
  • IB เอาส่วนหนึ่ง “คืนให้คุณ” เป็นรีเบต

ตัวอย่าง

  • เทรด 1 lot ได้รีเบต $5
  • เทรด 10 lot = ได้คืน $50
  • เทรดทุกวัน = ได้คืนทุกวัน

เรียกว่า ยิ่งเทรด ยิ่งได้เงินคืน ส่วนมากค่ารีเบตจะคำนวนทุกวัน แต่จะโอนเข้า wallet ของนักเทรดเป็นรอบๆ ตามกำหนดเวลา อ่านเพิ่มเติม รีเบต คืออะไร

Cashback คืออะไร?

Cashback คือ โปรโมชั่นคืนเงินจากโบรกเกอร์โดยตรง เพื่อดึงดูดลูกค้า

รูปแบบที่พบบ่อย

  • ฝากเงินแล้วได้ % คืน
  • เทรดครบจำนวน lot แล้วได้เงินคืน
  • โปรโมชั่นตามช่วงเวลา (เช่น ปีใหม่ / สงกรานต์)

ตัวอย่าง

  • เทรด 20 lot ได้รับ cashback $100
  • ฝาก $500 ได้โบนัสคืน $50

จะมี มีเงื่อนไข + ไม่ได้ตลอดเวลา เมื่อเทรดหรือทำตามเงื่อนไขก็จะได้รับ Cashback เช่น โปรโมชั่น Cashback XM รับเงินสูงสุด $7 ต่อลอต

ตารางเปรียบเทียบ รีเบต vs Cashback

หัวข้อรีเบต (Rebate)Cashback
แหล่งที่มาIB / พาร์ทเนอร์โบรกเกอร์
ได้เมื่อไหร่ทุกครั้งที่เทรดตามโปร
ความต่อเนื่องต่อเนื่องเป็นช่วง
เงื่อนไขน้อยเยอะกว่า
เหมาะกับนักเทรดที่เทรดประจำมือใหม่ / โปรล่อใจ

ความแตกต่าง รีเบต vs Casback

  • รีเบต = “เงินคืนระยะยาว”
  • Cashback = “เงินโบนัสระยะสั้น”

แบบไหน “คุ้มกว่า” สำหรับคุณ?

กรณีที่ควรเลือก “รีเบต”

  • เทรดเป็นประจำ
  • เทรด lot เยอะ
  • ต้องการลดต้นทุนระยะยาว
  • อยากมีรายได้เสริมจากการเทรด

ถ้าคุณเทรดต่อเนื่องเป็นประจำ รีเบตคุ้มกว่าแบบชัดเจน

กรณีที่ควรใช้ “Cashback”

  • เพิ่งเริ่มต้น
  • เทรดไม่บ่อย
  • อยากใช้โปรเพิ่มทุน
  • เล่นตามแคมเปญ

เหมาะใช้ “เสริม” มากกว่า “หลัก”

ใช้ทั้ง 2 แบบพร้อมกันได้ไหม?

คำตอบคือ ได้ (และควรทำ) กลยุทธ์ที่นักเทรดมืออาชีพใช้คือ

  1. สมัครผ่านลิงก์ IB เพื่อรับรีเบตทุกไม้
  2. ใช้ช่วงโปรโมชั่น รับ cashback เพิ่มเติม
  3. รวมกัน = ต้นทุนต่ำสุด + กำไรเพิ่มขึ้น

อ่านเพิ่มเติม วิธีเปิดบัญชี XM แบบละเอียด

ตัวอย่างจริง

สมมติคุณเทรดเดือนละ 80 lot

รวม = $966

นี่คือเหตุผลที่นักเทรดมืออาชีพ ไม่ควรมองข้ามรีเบต

ข้อควรระวัง (สำคัญมาก)

  • บาง IB ให้รีเบตสูงผิดปกติ เสี่ยงโดนโกง
  • Cashback บางโปร “ถอนเงินไม่ได้” ต้องอ่านเงื่อนไข
  • โบรกเกอร์บางเจ้า “เพิ่มสเปรด” เพื่อเอาไปคืน

อะไรที่ดูดีเกินไป อาจจะไม่จริงและเสียเวลา ควรเลือกโบรกเกอร์ที่คนส่วนมากเลือกใช้

สรุป

  • รีเบต = เงินคืนจากการเทรดแบบ “ยั่งยืน”
  • Cashback = โปรโมชั่น “ระยะสั้น”
  • ถ้าเลือกได้อย่างเดียว รีเบตชนะ
  • ถ้าใช้เป็น ใช้ “ทั้งคู่” จะเพิ่มเงินคืนได้มากที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

รีเบต Forex คืออะไร ได้เงินจริงไหม?

รีเบต Forex คือเงินคืนจากค่าสเปรดหรือค่าคอมมิชชั่นที่คุณจ่ายตอนเทรด โดยจะได้รับผ่านพาร์ทเนอร์ (IB) ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจปกติของโบรกเกอร์ จึง ได้เงินจริง และสามารถถอนออกมาใช้ได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโบรกเกอร์

Cashback Forex คืออะไร ต่างจากโบนัสยังไง?

Cashback คือเงินคืนจากโปรโมชั่นของโบรกเกอร์ เช่น เทรดครบจำนวน lot แล้วได้เงินคืน ส่วนโบนัสบางประเภทอาจใช้เทรดได้แต่ ถอนไม่ได้ ดังนั้น Cashback จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า และบางกรณีสามารถถอนเป็นเงินสดได้

รีเบตกับ Cashback อันไหนคุ้มกว่ากัน?

ถ้าเทรดระยะยาว รีเบตคุ้มกว่า เพราะได้คืนทุกการเทรดแบบต่อเนื่อง แต่ Cashback จะเหมาะกับช่วงโปรโมชั่นหรือใช้เพิ่มทุนระยะสั้น ดังนั้นเทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักใช้ “รีเบตเป็นหลัก + Cashback เป็นตัวเสริม”

สมัครรีเบตต้องทำยังไง ต้องเปิดบัญชีใหม่ไหม?

ที่ XM ต้องสมัครเปิดบัญชีผ่านลิงก์ของ IB ใหม่เพื่อรับสิทธิ์รีเบต ในบางโบรกเกอร์สามารถย้าย IB ได้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขก่อนสมัครทุกครั้ง

Total Views: 9
Share This Article