แนวโน้มราคาทองคำ 2569
ภาพรวมราคาทองคำครึ่งปีแรก 2569 และแนวโน้มครึ่งปีหลัง
ปี 2569 เปิดฉากด้วยภาพที่ร้อนแรงต่อเนื่องจากปี 2568 ราคาทองคำเปิดต้นปีที่ราว 4,384 ดอลลาร์/ออนซ์ แล้ววิ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ราว 5,589 ดอลลาร์/ออนซ์ ในวันที่ 28 มกราคม ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทองทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ แรงหนุนหลักมาจากความคาดหวังว่า Fed จะลดดอกเบี้ย และแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนทั่วโลก
แต่ภาพกลับพลิกในช่วงกลางครึ่งปีแรก เมื่อความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปะทุปลายเดือนกุมภาพันธ์ ดันราคาน้ำมันและความคาดหวังเงินเฟ้อให้พุ่งขึ้น (อัตราเงินเฟ้อ PCE เร่งตัวแตะ 4.1% ในเดือนพฤษภาคม) ส่งผลให้ตลาดเลิกคาดการณ์การลดดอกเบี้ย และกลับมามองว่า Fed ชุดใหม่ภายใต้ประธาน Warsh ที่เน้นคุมเงินเฟ้อและไม่รีบลดดอกเบี้ย จึงมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยแทน ปัจจัยนี้กดดันราคาทองในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนให้ย่อตัวลงอย่างรุนแรง
ผลคือ ณ ช่วงกลางปี (ปลายเดือนมิถุนายน) ราคาทองเคลื่อนไหวอยู่ราว 3,958–4,094 ดอลลาร์/ออนซ์ ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือนมกราคมราว 28% แต่เมื่อเทียบเป็นรายปี (กับช่วงเดียวกันของปีก่อน) ราคายังบวกอยู่ราว 22% อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พยุงราคาคือแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะจีนที่เพิ่มการสะสมต่อเนื่อง ทำให้ในเชิงโครงสร้างระยะยาว ราคายังถือเป็นการพักฐานภายในแนวโน้มขาขึ้น มากกว่าการกลับตัวเป็นตลาดหมีถาวร
สำหรับครึ่งปีหลัง 2569 ทิศทางราคาขึ้นอยู่กับสองปัจจัยหลัก คือ (1) การคลี่คลายของความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่าน ซึ่งจะกำหนดทิศทางเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยของ Fed และ (2) ความต่อเนื่องของแรงซื้อธนาคารกลางที่ทำหน้าที่เป็นฐานราคา ในรอบเดือนมิถุนายน สถาบันใหญ่ส่วนใหญ่ปรับเป้า "ลง" หลัง Fed กลับมาเข้มงวด โดยค่ากลาง (median) จากโพลนักวิเคราะห์อยู่ที่ราว 4,916 ดอลลาร์/ออนซ์ และมีกรอบกว้างตั้งแต่ราว 4,300 ดอลลาร์ ไปจนถึงราว 6,300 ดอลลาร์ (ดูเป้าของแต่ละสถาบันได้ในส่วนการคาดการณ์ด้านล่าง) ความผันผวนยังถือว่าสูง ผู้ที่ติดตามตลาดจึงควรพิจารณาข้อมูลให้รอบด้าน
ปัจจัยขับเคลื่อนแนวโน้มราคาทอง 2569
สถานะ ณ กลางปี · มิ.ย. 2569ปัจจัยสำคัญที่สุดต่อทองคำ โดยกลไกคือดอกเบี้ยขาลงจะลดต้นทุนโอกาสของการถือทอง ส่งผลบวก แต่ครึ่งปีแรก 2569 กลับด้าน เมื่อ Fed ชุดใหม่กลับมาคุมเข้มและเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปปี 2027 ตลาดบางส่วนมองโอกาส "ขึ้น" ดอกเบี้ย ปัจจัยนี้จึงกดดันราคาทองในระยะนี้
เงินเฟ้อกำหนดความเร็วของการปรับดอกเบี้ย ปกติเงินเฟ้อชะลอจะเอื้อให้ผ่อนคลายนโยบาย (ดีต่อทอง) แต่ครึ่งปีแรก 2569 เงินเฟ้อกลับเร่งตัว (PCE แตะ 4.1% ในเดือนพฤษภาคม) จากราคาน้ำมันช่วงความขัดแย้งอิหร่าน ทำให้ Fed คงท่าทีเข้มงวด เป็นแรงกดดันทางอ้อมต่อทอง
ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางค่าเงินดอลลาร์ หากดอลลาร์อ่อนค่า ราคาทองมักได้รับแรงหนุน แต่เมื่อ Fed คงท่าทีเข้มงวดและดอกเบี้ยสูง ดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าในระยะนี้ จึงกลายเป็นปัจจัยกดดันทอง การกลับมาอ่อนค่าจะเกิดเมื่อ Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลายชัดเจน
ท่ามกลางแรงกดดันด้านดอกเบี้ย เสาค้ำที่ยังแข็งคือแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะจีน (PBOC) ที่สะสมทองต่อเนื่อง 19 เดือนติด รวมถึงความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังหนุนทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ปัจจัยนี้ทำหน้าที่เป็นฐานราคาในระยะกลาง–ยาว
การคาดการณ์ราคาทองคำปี 2026 — จากสถาบันชั้นนำทั่วโลก
ปรับปรุง มิ.ย. 2569รอบเดือนมิถุนายน หลายสำนักปรับเป้า "ลง" หลัง Fed กลับมาคุมเข้มและเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปปี 2027 ขณะที่บางสำนักยังคงมุมมองบวกแรง ความต่างนี้สะท้อนว่าทิศทางครึ่งปีหลังขึ้นอยู่กับนโยบาย Fed และการคลี่คลายความขัดแย้งเป็นหลัก โดยเสาค้ำที่ยังแข็งคือแรงซื้อต่อเนื่องของธนาคารกลาง
ข้อมูลจาก : Reuters (โพลนักวิเคราะห์), Goldman Sachs, Morgan Stanley, Deutsche Bank, Bank of America, Wells Fargo — อัปเดต มิ.ย. 2569
ปัจจัยที่หนุนมุมมองบวก
- อุปสงค์จากธนาคารกลางทั่วโลกถือครองทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลายธนาคารใหญ่ยังคงทยอยซื้อทองเข้าสมุดบัญชี เป็นแรงซื้อระยะยาวที่หนุนราคา
- ความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของ Federal Reserve (Fed) หาก Fed ผ่อนคลายนโยบาย จะลดต้นทุนโอกาสของการถือทอง และช่วยให้ทองน่าสนใจขึ้น
- ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ & ภูมิรัฐศาสตร์ — ภาวะเงินเฟ้อสูง หนี้สาธารณะ ความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ ทองกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความนิยม
ความเสี่ยงและปัจจัยที่อาจกดดัน
- หากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว และ Fed ตัดสินใจยืดดอกเบี้ย ดอลลาร์อาจแข็งค่า และบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัยของทองอาจอ่อนแรง
- ความไม่แน่นอนด้านอุปทาน ถ้าผู้ผลิตทองเพิ่มการผลิตหรือมีอุปทานเข้ามาเยอะ อาจกดดันราคา
- ความผันผวนสูง ถึงแม้แนวโน้มเป็นขาขึ้น ราคาทองอาจยังแกว่งตัวขึ้น–ลงรุนแรง โดยเฉพาะช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจหรือการเมืองใหญ่
สำหรับนักลงทุน / ผู้ถือทองในไทย
- กลางปี 2569 ทองย่อลงมาราว 4,000 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังทำจุดสูงสุดเดือนมกราคม ส่วนค่ากลางที่นักวิเคราะห์มองทั้งปีอยู่ราว 4,900 ดอลลาร์ และมีกรอบกว้างได้ถึง 6,300 ดอลลาร์
- ถ้าถือทองระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) แรงซื้อต่อเนื่องของธนาคารกลางยังเป็นฐานราคาให้ แต่จังหวะระยะสั้นขึ้นอยู่กับว่า Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยเมื่อไร ซึ่งตอนนี้ตลาดมองว่าอาจเลื่อนไปปี 2027
- เตรียมรับความผันผวนที่ยังสูง ราคาขึ้น–ลงแรงได้ในช่วงสั้น จึงควรกระจายความเสี่ยง ไม่ทุ่มถือทองทั้งพอร์ตในสินทรัพย์เดียว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
วิเคราะห์ราคาทองคำควรดูอะไรบ้าง
ควรใช้ทั้งปัจจัยพื้นฐาน (ข่าวเศรษฐกิจ) และเทคนิค (แนวรับ–แนวต้าน, โครงสร้างราคา, Order Block) ควบคู่กัน มือใหม่อาจเริ่มจากการดู Timeframe ใหญ่ เช่น รายวัน หรือรายสัปดาห์ก่อน
เวลาเปิด–ปิดตลาดทองคือช่วงไหน
ตลาดทองคำเปิดทำการ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันจันทร์ 05.00 น. (เวลาไทย) จนถึงเช้าวันเสาร์ แต่ช่วงที่ราคาผันผวนมากที่สุดคือช่วง ตลาดลอนดอน (14:00–23:00 น.) และ นิวยอร์ก (19:30–01:00 น.)
มือใหม่เริ่มเทรดทองควรเตรียมตัวยังไง
- เรียนรู้พื้นฐานการเทรดทอง → เทรดทองคืออะไร?
- รู้จักการตั้ง SL/TP อย่างเหมาะสม
- ไม่ใช้ Leverage สูงเกินไป
- ค่อย ๆ ทดลองด้วยพอร์ตขนาดเล็ก
หมายเหตุ (Disclaimer)
บทวิเคราะห์และข้อมูลในหน้านี้ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อ–ขายหรือการลงทุนใด ๆ การลงทุนในตลาดทองคำและ Forex มีความเสี่ยงสูง โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ