Forex Stop Out Calculator
วิธีใช้งาน Forex Stop Out Calculator
เครื่องมือนี้คือเวอร์ชันคู่เงิน Forex ของ เครื่องคำนวณ Stop Out ทองคำ ที่ผมทำไว้ก่อนหน้า — ใช้ตอบคำถามเดียวกัน: “ราคาต้องวิ่งสวนไปถึงเท่าไหร่ พอร์ตถึงโดนบังคับปิด (Stop Out)” รองรับการเปิดหลายไม้ทั้งฝั่ง Buy และ Sell ครอบคลุมคู่เงินหลัก 7 คู่ที่ดึงราคาสดได้ และคู่เงินรองอีก 10 คู่แบบกรอกราคาเอง โดยบัญชีฐานเป็น USD
ขั้นตอนที่ 1 — เลือกคู่เงินและตั้งค่าบัญชี
| ช่อง | กรอกอะไร |
|---|---|
| คู่เงิน | คู่เงินหลัก (EURUSD, GBPUSD, USDJPY ฯลฯ) ระบบดึงราคาสดให้ ขึ้นป้าย LIVE สีเขียว ส่วนคู่เงินรอง (EURJPY, GBPJPY, EURGBP ฯลฯ) ต้องกรอกราคาเอง — ดูรายชื่อและลักษณะของแต่ละกลุ่มได้ที่บทความคู่เงินหลักคืออะไร |
| ประเภทบัญชี | Standard = 100,000 units ต่อ 1 Lot, Mini = 10,000 units, Micro = 1,000 units — เช็คจาก Specification ของ Symbol ใน MT4/MT5 (คลิกขวาที่คู่เงิน > Specification) |
| Balance (USD) | ยอดเงินในบัญชี ไม่รวม กำไร/ขาดทุนลอยตัว — ตัวเครื่องคิดเลขจะคำนวณ Floating P/L ให้เองจากราคาเข้าของแต่ละไม้ |
| Leverage | เลเวอเรจของบัญชีคุณ เช่น 1:1000 (อ่านเพิ่มที่ Leverage คืออะไร) |
| Stop Out % | ระดับ Margin Level ที่โบรกเกอร์เริ่มบังคับปิดไม้ ค่าที่พบบ่อยคือ 20% หรือ 50% — แต่ละโบรกเกอร์ไม่เท่ากัน เช็คจากหน้า Account Type ของโบรกเกอร์ที่คุณใช้ |
ขั้นตอนที่ 2 — ราคา อัตราแปลง และวิธีคิด Margin
ราคาปัจจุบัน — คู่เงินหลักดึงให้อัตโนมัติ แต่พิมพ์ทับได้ทุกเมื่อ (ป้ายเปลี่ยนเป็น MANUAL) เหมาะกับการจำลองสถานการณ์ล่วงหน้า ข้อสังเกต: คู่ JPY ใช้ทศนิยม 3 ตำแหน่ง (เช่น 155.000) ส่วนคู่อื่นใช้ 5 ตำแหน่ง (เช่น 1.08000)
Quote → USD Rate — ช่องนี้คือหัวใจของการแปลงกำไร/ขาดทุนเป็น USD และทำงานต่างกันตามประเภทคู่เงิน:
- คู่ที่ลงท้ายด้วย USD (EURUSD, GBPUSD ฯลฯ) — กำไร/ขาดทุนเป็น USD โดยตรง ระบบล็อกค่าเป็น 1 ให้ ไม่ต้องยุ่ง
- คู่ที่ขึ้นต้นด้วย USD (USDJPY, USDCHF, USDCAD) — กำไร/ขาดทุนอยู่ในสกุล Quote (เช่น JPY) ระบบคำนวณอัตราแปลงจากราคาปัจจุบันให้อัตโนมัติ และใช้สูตรแบบ exact ที่คิดผลของอัตราแปลงที่เปลี่ยนตามราคาด้วย — จุดนี้คือสิ่งที่เครื่องคิดเลขทั่วไปมักประมาณแบบหยาบ
- คู่เงินรอง (EURJPY, EURGBP ฯลฯ) — ต้องกรอกมูลค่า 1 หน่วยของสกุล Quote เป็น USD เอง เช่น EURJPY ให้กรอกอัตรา JPY→USD (ดูจาก 1 ÷ ราคา USDJPY เช่น USDJPY = 155 ก็กรอก 0.00645) ระบบใส่ค่าเริ่มต้นโดยประมาณให้แล้ว แต่ควรอัปเดตเป็นค่าจริง ณ ตอนคำนวณ
Margin Mode — Gross คิด Margin จากทุกไม้รวมกัน / Net คิดเฉพาะส่วนต่าง Lot สองฝั่ง สำหรับโบรกเกอร์ที่ Hedge แล้ว Margin หักล้างกัน
Margin อ้างอิง — “ราคาเข้า” (ค่าเริ่มต้น) ตรงกับมาตรฐาน MT4/MT5 ที่ล็อก Margin ไว้ที่ราคาตอนเปิดออเดอร์ ส่วน “ราคาตลาด” สำหรับโบรกเกอร์ส่วนน้อยที่คำนวณ Margin ใหม่ตลอดเวลา — ข้อยกเว้น: คู่ที่ขึ้นต้นด้วย USD ทั้งสองโหมดให้ค่าเท่ากันโดยธรรมชาติ เพราะ Margin ของคู่พวกนี้เป็น USD ตรงๆ ไม่ขึ้นกับราคา
ขั้นตอนที่ 4 — อ่านผลลัพธ์
หลังกด คำนวณ ให้ไล่ดูตามลำดับนี้:
- ราคา Stop Out (ตัวเลขใหญ่) — ราคาโดยประมาณที่ Margin Level จะแตะระดับ Stop Out ของโบรกเกอร์ ยิ่งใกล้ราคาปัจจุบันมากเท่าไหร่ พอร์ตยิ่งเปราะบาง
- แถบ Gauge — วัดจาก Margin Level จริง: เขียวคือยังห่าง, เหลืองคือ Margin Level ลงมาต่ำกว่า 300% ควรเริ่มวางแผน, แดงคือต่ำกว่า 100% ซึ่งเข้าเขต Margin Call แล้ว
- Pip Value / Lot — มูลค่า 1 pip ต่อ 1 Lot ในหน่วย USD ของคู่เงินนั้น คำนวณรวมอัตราแปลงแล้ว — มีประโยชน์มากเวลาเทียบขนาดความเสี่ยงข้ามคู่เงิน เช่น 1 Lot ของ GBPJPY กับ EURUSD มูลค่า pip ไม่เท่ากัน
- ตำแหน่งออเดอร์บนแกนราคา — แผนที่รวมที่เห็นไม้ทุกตัว (B/S), จุด Break-even (BE), ราคาปัจจุบัน และเส้นแดง SO ในภาพเดียว ใช้กะระยะด้วยสายตาได้เร็วกว่าดูตัวเลข
- Equity Curve — เส้นเขียวคือ Equity ของพอร์ตเมื่อราคาวิ่งไปแต่ละจุด เส้นประเหลืองคือระดับ Stop Out Equity จุดที่สองเส้นตัดกันคือจุดที่โดนบังคับปิด — สำหรับคู่ USDJPY/USDCHF/USDCAD เส้นเขียวจะโค้งเล็กน้อยไม่ใช่เส้นตรง นั่นคือพฤติกรรมจริงของคู่ที่กำไรอยู่ในสกุล Quote ไม่ใช่ความผิดพลาดของกราฟ
- Liquidation Simulation — ถ้าพอร์ตเข้าเงื่อนไข Stop Out แล้ว ส่วนนี้จะจำลองว่าโบรกเกอร์น่าจะไล่ปิดไม้ไหนก่อน (ไม้ขาดทุนหนักสุดก่อน) และหลังปิดแต่ละไม้ Margin Level ฟื้นขึ้นหรือไม่
ตัวอย่างการใช้งานจริง
สมมติคุณมี Balance 1,000 USD เลเวอเรจ 1:1000 Stop Out 20% แล้วเปิด Buy USDJPY 1.00 Lot ที่ 155.000 — Margin ที่ใช้คือเพียง 100 USD ดูเหมือนเบา แต่กดคำนวณแล้วคุณจะเห็นจุด Stop Out อยู่แถว 153.50 ห่างจากจุดเข้าแค่ราว 150 pips ซึ่งคู่ JPY ช่วงข่าว BOJ หรือตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐวิ่งถึงได้ภายในวันเดียว — นี่คือภาพที่ตัวเลข Margin เฉยๆ ไม่เคยบอกคุณ และเป็นเหตุผลที่ผมให้ดูระยะ Stop Out ก่อนดูอย่างอื่นเสมอ
คำถามที่เจอบ่อย
ทำไมตัวเลขไม่ตรงกับ MT4/MT5 เป๊ะ? เพราะของจริงมี Spread, Commission, Swap และลำดับการปิดไม้ของโบรกเกอร์เข้ามาเกี่ยว เครื่องมือนี้ให้ค่าประมาณการเพื่อวางแผนความเสี่ยง ไม่ใช่ตัวเลขสัญญา — แต่ถ้าเลือก Margin อ้างอิงเป็น “ราคาเข้า” ตัวเลขควรใกล้เคียงของจริงพอใช้วางแผนได้
คู่เงินรองทำไมต้องกรอกอัตราแปลงเอง แล้วถ้ากรอกคลาดเคลื่อนจะเป็นอะไรไหม? เพราะการแปลงกำไรของคู่เช่น EURJPY เป็น USD ต้องพึ่งราคาอีกคู่หนึ่ง (USDJPY) ซึ่งเครื่องมือเวอร์ชันนี้ให้คุณกรอกเป็นค่าคงที่ ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยของอัตราแปลงมีผลต่อตัวเลขไม่มากนักเมื่อเทียบกับผลของราคาเข้าและ Lot แต่ควรใช้ค่าใกล้เคียงปัจจุบันที่สุดเพื่อให้แผนแม่นขึ้น
ถ้าถือ Buy กับ Sell Lot เท่ากัน (Hedge เต็ม) ทำไมไม่แสดงราคา Stop Out? เพราะเมื่อ Net Position เป็นศูนย์ ราคาวิ่งไปทางไหน Equity ก็แทบไม่เปลี่ยน จุดเสี่ยงจะย้ายไปอยู่ที่ Swap สะสม, Spread ถ่างตอนข่าว และกฎ Margin ของโบรกเกอร์แทน ซึ่งอยู่นอกขอบเขตที่คำนวณจากราคาได้
ฝึกใช้ในบัญชี Demo ก่อนเสมอ
ตัวเลขจากเครื่องคำนวณจะมีความหมายก็ต่อเมื่อคุณเอาไปเทียบกับของจริง — ผมแนะนำให้เปิดบัญชี Demo กรอกไม้ชุดเดียวกันทั้งในเครื่องคำนวณและใน MT4/MT5 แล้วดูว่า Margin กับ Margin Level ตรงกันแค่ไหน พอเข้าใจพฤติกรรม Margin ของโบรกเกอร์ตัวเองแล้ว ค่อยใช้วางแผนกับเงินจริง
คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex ด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ผลลัพธ์จากเครื่องคำนวณนี้เป็นการประมาณการเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดศึกษาเงื่อนไขของโบรกเกอร์ที่คุณใช้และทดสอบในบัญชี Demo ก่อนใช้เงินจริง — อ่านเพิ่มเติมที่ Risk Disclosure