Order Block คืออะไร? จุดที่ Smart Money ทิ้งร่องรอยบนกราฟราคา

minepips-icon-m-final
Mine
13 Views
5 Min Read
oreder block คืออะไร

ภาพที่ผมเจอบ่อยที่สุดในกลุ่มเทรด คือกราฟที่ถูกตีกรอบสี่เหลี่ยมเต็มจอจนแทบมองไม่เห็นแท่งเทียน แล้วเจ้าของโพสต์ก็ถามว่า Order Block ตรงไหนใช้ได้บ้าง คำตอบคือที่วาดมาทั้งหมดแทบใช้ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะตัวแนวคิดผิด แต่เพราะกรอบส่วนใหญ่ถูกตีโดยไม่มีเงื่อนไขอะไรกำกับเลย เห็นแท่งสวนเทรนด์ตรงไหนก็ครอบตรงนั้น

Order Block (ออเดอร์บล็อก หรือเรียกย่อว่า OB) คือหนึ่งในเครื่องมือหลักของสาย Smart Money Concept (SMC) ซึ่งถ้าเข้าใจกลไกเบื้องหลังจริง ๆ คุณจะสามารถมองเห็นกรอบราคา หรือจุดเข้าเทรดที่มีเหตุผลรองรับ บทนี้ผมจะไล่ตั้งแต่ว่าทำไม Smart Money ถึงทิ้งร่องรอยไว้บนกราฟ วิธีคัดโซนที่ใช้ได้จริงออกจากโซนที่ใช้งานไม่ได้ ไปจนถึงวิธีวางจุดเข้า Stop Loss และเป้าทำกำไรเมื่อราคากลับมาแตะโซน Order Block

Order Block คืออะไร

Order Block คือโซนของแท่งเทียนสวนทางแท่งสุดท้าย ก่อนที่ราคาจะเคลื่อนออกไปทางใดทางหนึ่งอย่างรุนแรง สาย SMC มองว่าโซนนี้คือจุดที่สถาบันการเงินหรือ Smart Money เข้าสะสมออเดอร์เอาไว้ และเมื่อราคาย้อนกลับมาที่โซนเดิม ออเดอร์ที่ยังค้างอยู่จะทำงานอีกครั้ง ราคาจึงมีโอกาสกลับตัวจากโซนนี้

ฟังดูเป็นนามธรรม แต่ถ้าแกะกลไกเบื้องหลังดู จะเห็นว่ามันมีเหตุผลจากโครงสร้างตลาดรองรับอยู่จริงๆ

กลไกการเข้าออเดอร์ของ Smart Money ทำไมต้องทยอย fill

ลองนึกภาพว่าคุณอยากซื้อที่ดินทั้งหมู่บ้าน ถ้าคุณเดินไปประกาศว่าจะเหมาทุกแปลง ราคาที่ดินจะพุ่งทันทีก่อนที่คุณจะเก็บได้ครบ วิธีที่ฉลาดกว่าคือทยอยซื้อทีละแปลงเงียบ ๆ ในราคาใกล้เคียงกัน

สถาบันทำแบบเดียวกันกับออเดอร์ เงินระดับกองทุนไม่สามารถกดซื้อครั้งเดียวได้ เพราะสภาพคล่อง (Liquidity) ณ ราคานั้นมีไม่พอรองรับ จึงต้องแตกออเดอร์เป็นก้อนเล็ก แล้วทยอย fill ในโซนแคบ ๆ ช่วงที่ราคายังแกว่งไปมา ช่วงสะสมนี้เองที่มักปรากฏบนกราฟเป็นแท่งเทียนสวนทิศทางที่เงินใหญ่ตั้งใจจะไป ก่อนราคาถูกดันขึ้นแรง มักเห็นแท่งแดงเป็นแท่งสุดท้าย เพราะสถาบันกำลังรับซื้อจากแรงขายของรายย่อยอยู่นั่นเอง

แท่งสวนทางสุดท้ายก่อน Displacement คือร่องรอยที่เหลือ

เมื่อสะสมออเดอร์ได้มากพอ ราคาจะถูกดันออกจากโซนอย่างรุนแรง ในลักษณะที่เรียกว่า Displacement (การเคลื่อนที่แบบทิ้งโซน) แท่งเทียนบอดี้ยาว เกิดติดกันหลายแท่ง จุดสำคัญคือออเดอร์ของสถาบันมัก fill ไม่หมดในรอบเดียว ส่วนที่เหลือยังตั้งค้างอยู่ในโซนเดิม เมื่อราคาย้อนกลับมา ออเดอร์เหล่านั้นจะถูกจับคู่ต่อ

นี่คือเหตุผลที่ผมชอบเรียกโซนนี้ว่า “ร่องรอย” แต่มันไม่ใช่โซนที่ราคาต้องกลับมาทุกครั้ง แต่เป็นหลักฐานว่าเคยมีการสะสมออเดอร์ขนาดใหญ่เกิดขึ้นตรงนั้น และอาจยังมีของเหลืออยู่

Bullish Order Block และ Bearish Order Block ต่างกันยังไง

Bullish Order Block — แท่งลงสุดท้ายก่อนราคาพุ่งขึ้น

Bullish OB คือแท่งเทียนขาลง (แท่งแดง) แท่งสุดท้าย ก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้นแรงจนทำลายโครงสร้างขาลงเดิม โซนที่ใช้คือช่วงราคาของแท่งแดงแท่งนั้นตั้งแต่ high ถึง low เวลาราคาย้อนลงมาแตะโซนนี้ครั้งแรก คือจังหวะที่สาย SMC มองหาสัญญาณเข้า Buy

Bearish Order Block — แท่งขึ้นสุดท้ายก่อนราคาดิ่งลง

ฝั่งตรงข้ามกัน Bearish OB คือแท่งเทียนขาขึ้น (แท่งเขียว) แท่งสุดท้าย ก่อนที่ราคาจะดิ่งลงแรง โซนนี้คือจุดที่เชื่อว่าสถาบันสะสมฝั่งขายเอาไว้ เมื่อราคาดีดกลับขึ้นมาทดสอบครั้งแรก คือจังหวะมองหาสัญญาณ Sell

order block bullish and bearish

(ภาพประกอบ: diagram แท่งเทียน Bullish OB / Bearish OB)

จุดที่อยากให้คุณสังเกตคือคำว่า “แท่งสุดท้าย” กับ “ก่อนเคลื่อนแรง” ต้องมาคู่กันเสมอ แท่งแดงกลางเทรนด์ขาลงธรรมดาไม่ใช่ Bullish OB และแท่งเขียวที่ตามด้วยการไหลลงเอื่อย ๆ ก็ไม่ใช่ Bearish OB เช่นกัน

วิธีหา Order Block จาก 3 เงื่อนไข

ปัญหาใหญ่ของมือใหม่ไม่ใช่หาโซนไม่เจอ แต่คือเจอเยอะเกินไป เพราะบนกราฟหนึ่งจอมีแท่งสวนทางอยู่เต็มไปหมด เงื่อนไข 3 ข้อนี้คือตัวคัดกรองที่ผมใช้แยกโซนที่มีน้ำหนัก ออกจากโซนที่เป็นแค่แท่งเทียนธรรมดา

1. มี Displacement ออกจากโซนแบบรุนแรง

ราคาต้องออกจากโซนแบบ “ทิ้ง” ไม่ใช่ “เดิน” แท่งบอดี้ยาวเต็ม เกิดติดกัน และบ่อยครั้งทิ้งช่องว่างราคาหรือ Fair Value Gap (FVG) ไว้ระหว่างทาง ถ้าราคาไหลออกจากโซนแบบแท่งเล็กสลับสีไปเรื่อย ๆ นั่นบอกว่าไม่มีแรงซื้อขายขนาดใหญ่จริงในโซนนั้น กรอบที่คุณตีไว้ก็เป็นแค่กรอบเปล่า

2. มี BOS ยืนยันโครงสร้างตามหลัง

Displacement ที่ดีต้องแรงพอจะทำลายโครงสร้างราคาเดิม หรือเกิด BOS (Break of Structure) ตามมา ถ้าราคาพุ่งออกจากโซนแต่ไปไม่ถึงจุดที่ทำลาย swing เดิม โซนนั้นก็ยังไม่มีหลักฐานว่าเงินใหญ่เอาจริง ถ้าคุณยังไม่แม่นเรื่องโครงสร้างราคา แนะนำให้อ่านบท BOS ก่อนแล้วค่อยกลับมา เพราะโซนที่ไม่มี BOS กำกับ คือโซนที่ได้จากการเดา

3. ยังไม่เกิด Mitigation — โซนที่ถูกใช้แล้วถือว่าหมดสภาพ

Mitigation (การกลับมาใช้โซน) คือเหตุการณ์ที่ราคาย้อนกลับเข้ามาแตะโซนแล้ว ซึ่งหมายความว่าออเดอร์ที่ค้างอยู่ถูกจับคู่ไปบางส่วนหรือทั้งหมด น้ำหนักของโซนจึงอยู่ที่การแตะครั้งแรกเป็นหลัก มุมที่ผมเจอบ่อยในกลุ่มเทรดคือมือใหม่เข้าเทรดที่โซนเดิมรอบสองรอบสามด้วยความมั่นใจเท่ารอบแรก ทั้งที่ตามหลักการแล้วของในโซนถูกใช้ไปแล้ว การแตะรอบถัดไปจึงเหลือแค่ความหวังมากกว่าเหตุผล

วิธีหา Order Block

(ภาพประกอบ: ลำดับเหตุการณ์เช็ก 3 เงื่อนไขบนกราฟเดียว — Displacement + FVG, BOS, แตะโซนครั้งแรก)

วิธีใช้ Order Block เข้าเทรดจริง (Entry, SL, TP)

พอคัดโซนที่ผ่านเงื่อนไขครบได้แล้ว ขั้นตอนเข้าเทรดมีโครงเดียวกันทั้งขาขึ้นและขาลง ต่างกันแค่กลับด้าน ลองไล่ดูจากภาพประกอบทีละขั้นครับ

วิธีใช้ Order Block เข้าเทรดจริง

(ภาพประกอบ: ตัวอย่างการเทรดขาขึ้นและขาลง พร้อมจุด Entry, SL, TP)

ฝั่งเทรดขาขึ้น (Buy) — ภาพซ้าย ราคาไหลลงมาต่อเนื่องจนเกิดแท่งแดงสุดท้าย ตามด้วย Displacement พุ่งขึ้นแรง โซนของแท่งแดงแท่งนั้นคือ Bullish OB ที่ต้องรอ เมื่อราคาย่อตัวกลับลงมา จุดที่ไส้เทียนจิ้มลงมาแตะขอบโซนเป็นครั้งแรกคือจังหวะ Entry (กรอบสี่เหลี่ยมในภาพ) แต่ไม่ควรเข้าทันทีที่ราคาแตะ ให้รอสัญญาณกลับตัวยืนยันสักหนึ่งจังหวะก่อน เช่น แท่งกลับตัวหรือโครงสร้างย่อยเริ่มพลิก จากนั้นวาง Stop Loss ไว้ใต้ขอบล่างของโซนเสมอ (เส้นประแดงในภาพ) ส่วน Take Profit แรกมองที่แนว swing เดิมของขาขึ้นก่อนหน้า (เส้นประเขียวด้านบน) ซึ่งระยะประมาณนี้มักได้ Risk:Reward ราว 1:2 ขึ้นไป

ฝั่งเทรดขาลง (Sell) — ภาพขวา กลับด้านทุกอย่าง แท่งเขียวสุดท้ายก่อนราคาดิ่งลงแรงคือ Bearish OB รอราคาดีดขึ้นมาแตะโซนครั้งแรกเป็นจุด Entry วาง Stop Loss เหนือขอบบนของโซน และ Take Profit ที่แนว swing เดิมด้านล่าง

สิ่งที่ห้ามลืมและต้องใช้ทุกครั้งคือ Stop Loss ต้องมีทุกไม้ เพราะไม่มีโซนไหนรับราคาได้ตลอด ต่อให้เป็นโซนที่เงื่อนไขสวยครบทุกข้อก็ตาม

ควรหา Order Block จาก Timeframe ไหน

หลักการเดียวกันใช้ได้ทุก Timeframe แต่คุณภาพของโซนไม่เท่ากัน ใน TF ใหญ่อย่าง H4 หรือ Day มี noise ต่ำ โซนที่เห็นมักสะท้อนการสะสมของเงินใหญ่จริง ขณะที่ TF เล็กอย่าง M5 หรือ M15 เต็มไปด้วยแท่งกลับตัวที่ไม่มีความหมาย ยิ่ง TF เล็กเท่าไหร่ โอกาสตีกรอบเกินเงื่อนไขยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ผมแนะนำให้มือใหม่เริ่มจาก H4 กับ Day จะค่อนข้างมองได้ง่ายที่สุด

วิธีมองหา Order Block ที่ง่ายที่สุดคือแบบบนลงล่าง (Top-down) หาโซนจาก TF ใหญ่ รอราคาวิ่งกลับเข้ามาใกล้ แล้วค่อยลงไป TF เล็กเพื่อหาสัญญาณกลับตัวและจุดเข้าแบบเดียวกับภาพในหัวข้อก่อนหน้า วิธีนี้ได้ทั้งความน่าเชื่อถือของโซนใหญ่ และ Stop Loss ที่แคบลงจากการเข้าใน TF เล็ก

ใช้ Order Block ร่วมกับ FVG และ Liquidity ให้โซนแน่นขึ้น

โซนเดี่ยว ๆ คือหลักฐานชิ้นเดียว น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเมื่อหลักฐานหลายชิ้นชี้มาที่จุดเดียวกัน สองตัวที่จับคู่ด้วยบ่อยที่สุดคือ FVG กับ Liquidity

FVG (Fair Value Gap) คือช่องว่างราคาที่ Displacement ทิ้งไว้ ถ้าโซนของคุณมี FVG เกิดติดกันด้านหน้า นั่นยืนยันว่าแรงที่ออกจากโซนเป็นแรงจริง และตัว FVG เองก็มักเป็นด่านแรกที่ราคาย้อนกลับมาปิดก่อนลงมาถึงโซน ส่วน Liquidity คือแนวคิดว่าเงินรายใหญ่ต้องการสภาพคล่องก้อนใหญ่ก่อนออกตัว โซนที่เกิดขึ้นหลังราคากวาดจุดตัดขาดทุนใต้ swing เดิม (Liquidity Sweep) แล้วค่อยพลิกกลับ จึงมีน้ำหนักกว่าโซนทั่วไป เพราะมีร่องรอยการเก็บของครบวงจร

ทั้งหมดนี้คือชิ้นส่วนที่ประกอบกันเป็นระบบ Smart Money Concept ในบทนี้ผมให้พอเห็นภาพว่าอะไรเสริมอะไร ส่วนวิธีร้อยทุกชิ้นเป็นแผนเทรดเดียว อยู่ในบท SMC ฉบับเต็มของเว็บครับ

Order Block กับแนวรับแนวต้าน ต่างกันตรงไหน

คำถามนี้เจอบ่อยที่สุดเวลาอธิบายเรื่องนี้ให้คนที่คุ้นกับเครื่องมือคลาสสิก เพราะหน้าตาบนกราฟคล้ายกันมาก เพราะเป็นโซนที่คาดว่าราคาจะกลับตัวเหมือนกัน แต่ตรรกะเบื้องหลังคนละเรื่อง

Order Blockแนวรับแนวต้าน
ที่มาของโซนพฤติกรรมสะสมออเดอร์ของเงินรายใหญ่ครั้งเดียวราคาทดสอบระดับเดิมซ้ำหลายครั้ง
น้ำหนักของโซนแตะครั้งแรกมีน้ำหนักสุด แล้วเสื่อมลงยิ่งผ่านการทดสอบยิ่งเห็นชัด
รูปบนกราฟโซนจากแท่งเทียนเฉพาะแท่งเส้นหรือโซนแนวนอนจากหลาย swing

ในทางปฏิบัติ สองอย่างนี้ใช้เสริมกันได้ดีมาก โซน OB ที่ซ้อนทับกับแนวรับแนวต้านสำคัญ คือจุดสอดคล้อง (Confluence) ที่มีน้ำหนักกว่าการใช้อย่างใดอย่างหนึ่งเดี่ยว ๆ

ความเข้าใจผิดเรื่อง Order Block ที่มือใหม่เจอบ่อย

ตีกรอบทุกแท่งสวนเทรนด์เป็น Order Block

ความเข้าใจผิดอันดับหนึ่ง แท่งสวนทางที่ไม่มี Displacement และไม่มี BOS ตามหลัง คือแท่งเทียนธรรมดา ไม่ใช่โซนสะสมของเงินใหญ่ ถ้ากราฟของคุณมีกรอบมากกว่า 3–4 โซนต่อหนึ่งจอ ให้สงสัยไว้ก่อนว่ากำลังตีเยอะเกินเงื่อนไข

ใช้โซนเดิมซ้ำหลายรอบโดยไม่ดู Mitigation

โซนที่ถูกแตะไปแล้วคือโซนที่ของถูกใช้ไปแล้ว การเข้าเทรดรอบสองรอบสามที่โซนเดิมด้วยความมั่นใจเท่ารอบแรก คือการเทรดด้วยความเคยชิน ไม่ใช่หลักการ ถ้าจำเป็นต้องพิจารณาโซนเดิมอีกรอบจริง ๆ อย่างน้อยคุณต้องลดขนาดไม้ลง และยอมรับว่าโอกาสที่โซนราคานี้อาจจะรับไม่อยู่สูงกว่ารอบแรกมาก

เชื่อกรอบตามเน็ตที่ตีย้อนหลังหลังราคาวิ่งไปแล้ว

พูดตรง ๆ กราฟตัวอย่างเกือบทั้งหมดที่แชร์กันในโซเชียลคือการชี้จุดหลังราคาวิ่งไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งแบบนั้นใครชี้ก็ถูก ความยากจริงของเครื่องมือนี้คือการตัดสินใจที่ฝั่งขวาสุดของกราฟ ตอนที่ยังไม่รู้ว่าราคาจะกลับตัวเมื่อถึงโซนหรือทะลุ ดังนั้นเวลาเห็นกราฟสวย ๆ ที่ราคาเด้งจากโซนเป๊ะทุกครั้ง ให้ถามเสมอว่ากรอบนั้นถูกตีไว้ก่อนหรือหลังเหตุการณ์

สรุป — Order Block

Order Block คือหลักฐานว่าเคยมีการสะสมออเดอร์ขนาดใหญ่ในโซนนั้น และอาจยังมีออเดอร์เหลือค้างอยู่แค่นั้น มันไม่ใช่คำสัญญาว่าราคาจะกลับตัวทุกครั้ง โซนที่มีน้ำหนักจริงต้องผ่านเงื่อนไขครบ ทั้ง Displacement ที่รุนแรง BOS ยืนยันโครงสร้าง และยังไม่ถูก Mitigate ถ้าคุณคัดด้วยเกณฑ์นี้ กรอบบนกราฟจะเหลือน้อยลงมาก แต่แต่ละกรอบจะมีความหมายขึ้นเยอะ

สำหรับคนที่อยากเห็นภาพรวมว่าเครื่องมือนี้อยู่ตรงไหนของการวิเคราะห์ทางเทคนิค และประกอบกับ Liquidity หรือ FVG เป็นแผนเทรดเดียวยังไง ผมเขียนภาพรวมทั้งระบบไว้ในบท Smart Money Concept ครับ

คำถามที่พบบ่อย(FAQ)

Order Block กับ Supply Demand Zone ใช่ตัวเดียวกันไหม?

ใกล้กันมากจนมองเป็นญาติกันได้ Supply/Demand Zone เป็นแนวคิดที่มาก่อนและกว้างกว่า ส่วน OB คือเวอร์ชันที่สาย SMC นิยามเงื่อนไขละเอียดขึ้น (แท่งสวนทางสุดท้าย + Displacement + โครงสร้าง) ในทางปฏิบัติหลายสถานการณ์ชี้ที่โซนเดียวกัน

ควรตีโซนที่บอดี้หรือรวมไส้เทียน?

ใช้ได้ทั้งหมด แต่ละสำนักสอนไม่เหมือนกัน แนวที่ปลอดภัยสำหรับมือใหม่คือตีรวมไส้ (high ถึง low) เพราะครอบคลุมกว่า แล้วค่อยใช้บอดี้ช่วย refine จุดเข้าเมื่อชำนาญขึ้น

ทำไมราคาทะลุโซนที่ตีไว้?

เป็นเรื่องปกติ ไม่มีโซนไหนรับราคาได้ 100% สาเหตุที่พบบ่อยคือโซนนั้นไม่ผ่านเงื่อนไข 3 ข้อ ถูก Mitigate ไปก่อนแล้ว หรือมีข่าวแรงเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้าง

ต้องใช้ indicator ช่วยหาไหม?

มีเครื่องมือตีโซนให้อัตโนมัติอยู่หลายตัว แต่ผมแนะนำให้ฝึกตีมือให้เป็นก่อน เพราะเงื่อนไขของแต่ละเครื่องมือไม่เหมือนกัน ถ้าไม่เข้าใจหลักการ คุณจะแยกไม่ออกว่ากรอบไหนควรเชื่อ

คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex และทองคำ (XAUUSD) มีความเสี่ยงสูง OB เป็นเพียงเครื่องมือช่วยอ่านพฤติกรรมราคา ไม่ใช่การรับประกันผลกำไร ควรศึกษาและทดลองบนบัญชีทดลองก่อนใช้เงินจริงเสมอ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Risk Disclosure

Total Views: 13
Share This Article